บทที่ 3 เสียดายฉัน รักฉันแล้วเหรอ?

พิมพ์รวีแจกไพ่อย่างรวดเร็ว ท่วงท่าไหลลื่นงดงาม หลังจากแจกเสร็จก็ใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง พลางส่งสายตาเย้ายวน “รับอีกไหมคะ?”

ชาลส์เอาแต่มองคนไม่มองไพ่ อินทิราที่อยู่ข้างๆ ก็ร้อนใจจนทนไม่ไหว แต่ไม่กล้าแสดงออกมากนัก

เธอทำได้เพียงแค่แตะแขนของเขาเบาๆ เพื่อเตือน "พี่เขย..."

พิมพ์รวีค่อยๆ เหลือบตาขึ้นอย่างเฉยเมย "อ้อ จริงสิ ขอเตือนอะไรหน่อยนะ ฉันกับชาลส์ยังไม่ได้หย่ากัน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เขาใช้จัดงานวันเกิดให้เธอในวันนี้ถือเป็นสินสมรส เดี๋ยวฉันจะให้คนมาคิดบัญชีทีหลัง"

"ถ้ารู้แล้วก็เอาเงินมาคืนฉันซะดีๆ ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องให้ทนายฟ้องร้องเธอ!"

สีหน้าของอินทิราเปลี่ยนจากเขียวเป็นคล้ำ จากคล้ำเป็นแดง แล้วจากแดงก็กลายเป็นซีดเผือด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเธอเห็นว่าชาลส์ได้ยินคำพูดของพิมพ์รวีแล้วแต่กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ร่างกายเธอก็ยิ่งซีดเผือดราวกับกระดาษ

“รับอีกไหมคะ?” พิมพ์รวีขี้เกียจจะสนใจอินทิราที่กำลังเสแสร้งทำตัวน่าสงสาร เธอหันไปมองชาลส์แล้วถามขึ้นอีกครั้ง

นิ้วเรียวยาวที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนเคาะลงบนหน้าไพ่ ชาลส์เอ่ยออกมาเรียบๆ เพียงคำเดียว “รับ”

พิมพ์รวีพลันยิ้มออกมา ทว่ายังไม่ทันได้แจกไพ่ เธอก็ใช้มือยันโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน

"คุณแพ้แล้ว!"

ร่างของเธอโน้มมาทางเขา ร่องอกลึกที่ดูโดดเด่นนั้นปรากฏอยู่ตรงหน้าชัดเจนเสียจนเขาแทบลืมหายใจ

อินทิราอยากจะพุ่งเข้าไปบังตาของชาลส์ไว้

แต่เธอก็ไม่กล้า ทำได้เพียงแค่ร้องตะโกนอย่างเจ็บใจอยู่ข้าง ๆ "พี่ยังไม่ได้แจกไพ่เลย จะมาบอกว่าพี่เขยแพ้ได้ยังไง? พี่คะ ถ้าเล่นไพ่ไม่เป็นก็บอกมาตรง ๆ ก็ได้ ทำไมต้องเสแสร้งด้วยล่ะคะ?"

พิมพ์รวี "จิ๊" ปากหนึ่งที กวาดสายตามองอินทิราอย่างรังเกียจ แล้วจึงหันไปมองชาลส์

แววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยนั้นราวกับจะบอกว่า: อย่างน้อยคุณก็เป็นถึงนักธุรกิจชั้นนำรุ่นใหม่ที่ใคร ๆก็ชื่นชม ไปหลงชอบยัยโง่แบบนี้ได้ยังไงกัน

ปลายนิ้วเรียวงามหยิบไพ่ใบที่ชาลส์ต้องการขึ้นมา พลิกหน้าไพ่หันไปทางทุกคน

อินทิราเพิ่งฟังชาลส์อธิบายกติกาของเกม ยี่สิบเอ็ดแต้มให้ฟังไปไม่นานและยังจำได้

พอเห็นไพ่ใบนั้น สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที

ชาลส์แพ้แล้วจริงๆ!

แพ้บนโต๊ะพนัน แพ้ให้กับพิมพ์รวี นางตัวแสบนั่น!

"เป็นไปไม่ได้!" อินทรากรีดร้องออกมา "พี่ต้องโกงแน่ๆ พี่ชาลส์จะแพ้ได้ยังไง!"

พิมพ์รวีรู้สึกขบขัน "เขาก็ไม่ใช่ราชาการพนันสักหน่อย ทำไมจะแพ้ไม่ได้? มีเธออยู่ด้วย ต่อไปเขาก็มีแต่จะแพ้ไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ!"

"อะไรกัน ไม่แสร้งทำแล้วเหรอ? ก่อนหน้านี้ยังเรียกพี่เขยอย่างเสแสร้งอยู่เลยไม่ใช่เหรอ เรียกต่อไปสิ"

สีหน้าของอินทิราพลันดูไม่ได้ขึ้นมา

เธอหันไปมองชาลส์เป็นการขอความช่วยเหลือ หวังว่าเขาจะช่วยพูดอะไรให้บ้าง

แต่สายตาของชาลส์กลับจับจ้องอยู่ที่พิมพ์รวีตลอดเวลา ไม่แม้แต่จะชายตามองเธอเลยสักนิด

ในแววตานั้นราวกับมีพายุที่กำลังจะก่อตัว บรรยากาศในชั่วพริบตาเย็นเยือกจนถึงจุดเยือกแข็ง

ยังดีที่นีอ้อนซึ่งสนิทกับเขาที่สุดและเข้าใจนิสัยของเขาดีที่สุดรู้สึกตัวก่อน จึงส่งสายตาให้ทุกคน ให้พวกเขาออกไปก่อน

อินทิราไม่อยากไป แต่ก็ถูกนีอ้อนลากออกไป

นอกจากว่าเขาอยากจะแพ้เอง ไม่อย่างนั้นชาลส์ไม่เคยแพ้บนโต๊ะพนันเลย

ไม่คิดเลยว่าการแพ้ครั้งแรก จะเป็นการแพ้ให้กับพิมพ์รวี

ประตูห้องจัดเลี้ยงถูกปิดลงดังปัง พิมพ์รวีละสายตาจากการปะทะกันทางสายตาที่ดุเดือดราวกับมีประกายไฟ

เธอหันหลังก้มตัวลง เตรียมจะไปหยิบเสื้อคลุมของตัวเอง

แผ่นหลังเปลือยเปล่าเผยให้เห็นต่อสายตาของชายหนุ่มโดยตรง กระดูกสะบักของเธอสวยงามราวกับปีกผีเสื้อที่พร้อมจะโบยบิน

แววตาของชาลส์ลุ่มลึกขึ้นในชั่วพริบตา เขาคว้าข้อมือบางของหญิงสาวแล้วกระชากเข้ามาหาตัว

แรงของเขาเยอะมากจนกระชากพิมพ์รวีจนเสียหลัก ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกเขารวบเอวอุ้มขึ้นไปวางบนโต๊ะ

ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาทาบทับ มองลงมาจากที่สูงกว่า นัยน์ตาสีดำหรี่ลงครึ่งหนึ่ง กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน

"กล้าโกงต่อหน้าฉันเหรอ หืม?"

ยิ่งไปกว่านั้น วิธีการโกงของเธอเรียกได้ว่าอยู่ในระดับเซียน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาจำไพ่ได้ก็คงไม่มีทางจับได้เลย

จู่ๆ ชาลส์ก็รู้สึกขึ้นมาว่าตลอดสามปีที่แต่งงานกันมา ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้จักภรรยาของตัวเองคนนี้เลยแม้แต่น้อย

"คุณชาลส์มีหลักฐานเหรอคะ? ถ้าไม่มีหลักฐานก็กรุณาอย่ามาใส่ร้ายฉันมั่วๆ หรือว่า...คุณชาลส์แพ้ไม่เป็น เลยคิดจะใช้วิธีนี้เพื่อหนีการหย่า?"

"หย่างั้นเหรอ? ไม่อยากได้ลูกไปทำให้ตำแหน่งนายหญิงของคุณมั่นคงแล้วหรือไง?"

พิมพ์รวีหัวเราะเยาะ "ผู้ชายดี ๆ ในโลกนี้มีเป็นล้าน ไม่มีคุณ ฉันอยากจะเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้ ก็แค่ลูกคนเดียว คุณไม่ทำ ก็มีคนอื่นอีกเยอะแยะที่อยากจะมีลูกกับฉัน ก็แหม...ตัวแม่ซะอย่าง ทั้งสวยทั้งหุ่นดี แค่โพสต์ประกาศหาคนทำลูก ก็มีผู้ชายอีกเป็นโขยงเสนอตัวเข้ามาให้ฉันเลือกแล้ว"

"มิน่าล่ะถึงรีบร้อนอยากจะหย่ากับฉันนัก ที่แท้ก็คิดจะเอาเงินค่าเลี้ยงดูที่ฉันให้ ไปเลี้ยงชู้นี่เอง"

ใบหน้าของชาลส์ดำคล้ำราวกับหมึก สายตาคมกริบราวกับมีด "พิมพ์รวี เธอเห็นฉันเป็นคนตายไปแล้วหรือไง?!"

"แฟนเก่าที่ดี ก็ควรจะทำตัวเหมือนคนที่ตายไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"

พิมพ์รวีถูกเขาบีบจนรู้สึกอึดอัด จึงบิดตัวเล็กน้อย ทั้งสองคนอยู่ชิดกันมาก การดิ้นรนของเธอเสียดสีเข้ากับหว่างขาของชายหนุ่ม ปลุกไฟปรารถนาในตัวของชาลส์ขึ้นมาทันที

"อยากโดนนักใช่ไหม? ดี! ฉันจะสนองให้!"

พูดจบ เขาก็จับไหล่ของเธอแล้วผลักไปด้านหลังทันที ร่างกายกำยำทาบทับลงมา

พิมพ์รวีชะงักไปชั่วครู่ พอรู้ตัวว่าเขาจะทำอะไรก็ยิ่งดิ้นรนต่อต้านอย่างรุนแรงขึ้น

"ไอ้สารเลว คุณจะมาเกิดอารมณ์บ้าอะไรตอนนี้ ฉันไม่เอาคุณแล้ว ไปตายไกล ๆ เลยไป๊!ฉันรังเกียจ สกปรก!"

เธอยกขาขึ้นจะถีบเขา แต่กลับถูกเขาคว้าข้อเท้าไว้แล้วดึงอย่างแรง ทั้งร่างของเธอถูกลากเข้าไปจนขาต้องแยกออก เอวของชายหนุ่มแทรกอยู่ระหว่างขาของเธอในท่าทางที่ล่อแหลม!

เมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ค่อย ๆ แข็งขึ้นขึ้นตรงหว่างขาของชายหนุ่ม หัวของพิมพ์รวีก็แทบจะระเบิด

ชาลส์เป็นบ้าอะไรไป ก่อนหน้านี้เธอยั่วเขาตั้งเก้าสิบเก้าครั้งเขายังนั่งนิ่งไม่ไหวติง

ทำไมพอเธอขอหย่า เขากลับมามีอารมณ์กับเธอซะงั้น?

ผู้ชายคนนี้ต้องมีรสนิยมทางเพศแปลก ๆ แน่เลย!

ชายหนุ่มเริ่มปลดกระดุม นิ้วเรียวยาวขาวสะอาดตัดกับเนื้อผ้าไหมสีดำสนิทของชุดสูท เกิดเป็นความงามที่สั่นสะท้านหัวใจ

แต่พิมพ์รวีไม่มีอารมณ์จะชื่นชม เธออยากจะหนีไปให้พ้น!

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ชาลส์ทำกับเธอแบบนี้ เธอคงจะดีใจ หรืออาจจะตอบสนองอย่างเร่าร้อนด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้ เขามาทำแบบนี้กับเธอบนโต๊ะพนันที่เขาเพิ่งจะกอดกับอินทิรา เธอรู้สึกขยะแขยงสิ้นดี

มันเหมือนกับว่าศักดิ์ศรีชิ้นสุดท้ายของเธอถูกผู้ชายคนนี้กระชากทิ้งลงบนพื้น แล้วเหยียบย่ำขยี้อย่างแรง

เธอทนไม่ได้!

"ชาลส์ นี่คุณยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า? พอฉันขอหย่าก็ทำตัวเป็นหมาติดสัด อะไรนะ หรือว่าเพิ่งมารู้ตัวว่าเสียดายฉันขึ้นมา รักฉันแล้วงั้นเหรอ?"

ราวกับถูกน้ำเย็นสาดเข้าที่หน้าเต็ม ๆ

มือที่กำลังปลดกระดุมของชาลส์หยุดชะงัก

เขามองผู้หญิงที่อยู่ใต้ร่างด้วยสายตาเย็นชา ใบหน้าที่เย็นชานั้นแฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พร้อมจะระเบิดออกมา

"ฉันรักเธอน่ะเหรอ?" เขาพูดเหมือนกับถูกแทงใจดำ แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันจนเข้ากระดูก "พิมพ์รวี เธอน่ะเหรอจะคู่ควร!"

เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้มีอารมณ์ใคร่แล้ว พิมพ์รวีก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วผลักเขาออกไป "แล้วจะให้คิดว่ายังไงล่ะ? ฉันเป็นฝ่ายขอหย่าเอง เพื่อเปิดทางให้ความรักอันยิ่งใหญ่ของคุณ แต่คุณกลับอยากจะนอนกับฉัน เพื่อให้มีลูกกับฉันเนี่ยนะ?"

"คงไม่ใช่ว่าจู่ ๆก็รู้สึกว่ายังอดทนเป็นเต่าหัวโผล่ไม่พอ เพื่อสิทธิ์ในการบริหารก็เลยยอมทนอัปยศได้อีกหน่อยหรอกนะ"

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคำพูดนี้เหมือนเป็นการราดน้ำมันบนกองไฟ!

แววตาของชาลส์มืดลง เขายื่นมือออกไปบีบคอของพิมพ์รวีอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด นิ้วมือออกแรง บีบแน่นในทันที

"พิมพ์รวี เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร เรื่องหย่า มีแค่ฉันเท่านั้นที่จะเป็นคนพูด เธอ...ไม่มีสิทธิ์!"

ลมหายใจถูกช่วงชิงไป ใบหน้าของพิมพ์รวีเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำเหมือนตับหมู

เธอจับมือของชายหนุ่มไว้ และพยายามพูดออกมาอย่างยากลำบาก

"งั้นคุณก็พูดสิ ถ้าไม่พูด ฉันก็จะคิดว่าคุณรักฉันเข้าจริง ๆ แล้ว เสียดายจนไม่อยากหย่ากับฉัน!"

คำพูดของพิมพ์รวีราวกับทำให้ชาลส์รู้สึกขยะแขยง

เขาปล่อยมือ แล้วหยิบทิชชูเปียกขึ้นมาเช็ดมือในส่วนที่เพิ่งสัมผัสตัวเธออย่างเชื่องช้า

จากนั้นก็ขยำเป็นก้อนแล้วโยนทิ้งไปส่ง ๆ

"หย่าก็ได้ แต่เธอจะไม่ได้ส่วนแบ่งในสินสมรสเลยแม้แต่บาทเดียว!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป